dot
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับเภสัชกรรมสมาคมฯ
dot
bulletประวัติเภสัชกรรมสมาคมฯ
bulletนายกเภสัชกรรมสมาคม
bulletคณะกรรมการอำนวยการ
bulletการดำเนินงาน
bulletแผนที่/ที่ตั้ง
bulletปฏิทินกิจกรรม
dot
การสมัครสมาชิก ภสท
dot
bulletค่าบำรุงสมาชิก
bulletสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก
bulletเอกสารประกอบการสมัคร
bulletดาวน์โหลดใบสมัครสมาชิก
dot
บริการสมาชิก
dot
bulletสวัสดิการสมาชิก
bulletPhAt TV
bulletสังคมเภสัชกร
dot
FAPA CP
dot
bulletMessage from the president
bulletFAPA-CP from 1997-present
bulletMemorandum of College
bulletThe Guide to Training/Examination in Pharmaceutical Care
bulletSAP-Guide to Training-Exam
bulletQualifications examiners,preceptors
bulletManagement Fee FAPA-CP
bulletPT-Guide to training-Exam
bulletAdmission
bulletFees-Registration
dot
FAPA 2016
dot
bulletFAPA 2016 Registration
bulletFAPA 2016 Registration/ Coupon
bulletRegistration for Lunch Symposium 11 Nov 2016
bullet Registration for Lunch Symposium 12 Nov 2016
bulletpre-congress : Option 1
bulletpre-congress : Option 2
bulletpre-congress : Option 3
bulletpre-congress : Option 4
bulletpre-congress : Option 5
bulletpre-congress : Option 6
dot
ล็อกอิน เพื่อทำ CPE
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
CPE Online
dot
bulletMonoclonal antibodies to PCSK9, the new class of injectable cholesterol-lowering drugs, from bench to bedside
bulletคำถาม CPE
dot
ติดต่อเรา
dot
bulletข้อแนะนำ/ข้อเสนอแนะ
bulletคณะกรรมการ/หลักเกณฑ์
dot
Newsletter

dot
dot
เว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletกระทรวงสาธารณสุข
bulletองค์การเภสัชกรรม
bulletสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
bulletสภาเภสัชกรรม
bulletสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศไทย)
bulletสมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย)
bulletสมาคมเภสัชอุตสาหกรรม (ประเทศไทย)
bulletสมาคมเภสัชกรการอุตสาหกรรม (ประเทศไทย)
bulletสมาคมเภสัชกรรมด้านทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์ (ประเทศไทย)
bulletศูนย์เภสัชสนเทศ
bulletศูนย์ศึกษาต่อเนื่อง CCPE
bulletเช็คเครดิต CPE
dot
คณะเภสัชศาสตร์
dot
bulletจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
bulletมหาวิทยาลัยขอนแก่น
bulletมหาวิทยาลัยมหิดล
bulletมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
bulletมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
bulletมหาวิทยาลัยศิลปากร
bulletมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ
bulletมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
bulletมหาวิทยาลัยนเรศวร
bulletมหาวิทยาลัยสยาม
bulletมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
bulletมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
bulletมหาวิทยาลัยรังสิต
bulletมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
dot
หนังสือพิมพ์/Newsletters
dot
bulletBangkokPost
bulletThe Nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletไทยโพสต์
dot
สำนักข่าวต่างประเทศ
dot
bulletThe New York Time
bulletBBC News
bulletCNN
dot
วิทยุออนไลน์/ Radio online
dot
bulletFM 95.0
bulletFM 96.5
bulletFM 97.5
bulletFM 99.0
bulletFM 100.5
bulletFM 107.0


โรงงานเภสัชกรรมทหาร
สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์


“เมล็ดสบู่ดำ” มีสารพิษ ห้ามกินอย่างเด็ดขาด พิษอาจถึงตาย

สธ. ชี้อันตราย “เมล็ดสบู่ดำ” มีสารพิษ ห้ามกินอย่างเด็ดขาด พิษอาจถึงตาย

  • โฆษกกระทรวง สาธารณสุข เตือนภัย “เมล็ดสบู่ดำ” มีสารพิษอันตราย พิษอาจถึงตาย ห้ามนำมากินอย่างเด็ดขาด เนื่องจากในเมล็ดมีสารพิษเรียกว่าเคอซิน ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาจถึงตาย ขอให้ผู้ปกครองให้ระมัดระวังลูกหลาน ขณะนี้มีรายงานมีเด็กนักเรียนที่ลพบุรี ได้รับพิษไปกว่า 10 ราย แพทย์รักษาทัน

    จากที่มีข่าวเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองใหม่ชะลอราษฎร์รังสฤษฎ์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดลพบุรี จำนวนกว่า 10 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาล เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เนื่องจากมีอาการอาเจียน ปวดท้อง ภายหลังกินเมล็ดสบู่ดำ ซึ่งแพทย์ได้ล้างท้อง จนอาการปลอดภัยทุกรายแล้ว
    เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2553) นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะพบได้ทุกปี สบู่ดำเป็นไม้พื้นบ้าน มักนิยมปลูกเป็นแนวรั้วบ้าน ชาวบ้านเรียกว่ามะเยา สบู่ขาว มะหัว มะหุ่งฮั้ว สลอดป่า มะหุ่งเทศ ละหุ่งเทศ มาเคาะ ชาวเขมรเรียกว่ากะแย โดยเปลือกลำต้นและใบของสบู่ดำ มีประโยชน์ทางการแพทย์ เปลือกสามารถนำมาต้มใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร สมานแผล แก้เหงือกอักเสบ ส่วนใบของสบู่ดำทำเป็นยาชงแก้ไอ ทำเป็นยาต้มแก้ท้องเสีย ลดไข้ แก้ไอ

    นายแพทย์สุพรรณกล่าวต่อไปว่า ส่วนที่เป็นพิษของสบู่ดำได้แก่ เมล็ดและยาง โดยผลของสบู่ดำมีลักษณะเป็นพู ส่วนมากจะมี 3 พู เวลาสุกจะมีสีเหลือง ในเมล็ดของสบู่ดำ มีสารโปรตีนที่มีชื่อว่าเคอซิน (Curcin) ส่วนยางสบู่ดำมีสารพิษชื่อโฟบอล อีสเตอร์ (Phorbal ester) หากน้ำยางถูกผิวหนัง จะเกิดอาการระคายเคือง บวมแดง ปวดแสบ ปวดร้อนอย่างรุนแรง หากเข้าตาจะทำให้ตาอักเสบ อาจบอดชั่วคราวได้
    ทั้งนี้เมล็ดสบู่ดำ ประกอบด้วยน้ำมัน 35-40 เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 55-60 เปอร์เซ็นต์ เมื้อเคี้ยวจะทำให้มีรสชาติมันๆ หลังกินประมาณ 30-60 นาทีจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเป็นเลือด รายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการมือเท้าเกร็ง หายใจเร็ว หอบ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยอาการรุนแรงมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินเข้าไป ในปี 2549 พบเด็กได้รับพิษเนื่องจากกินเมล็ดสบู่ดำกว่า 100 ราย จึงขอเตือนให้ผู้ปกครอง ให้ระมัดระวังลูกหลาน อย่านำเมล็ดสบู่ดำมากินอย่างเด็ดขาด

    “ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนไทย นำสมุนไพรมาใช้ในการดูแลสุขภาพ ทดแทนยาแผนปัจจุบัน แต่การใช้สมุนไพรนั้น ประชาชนมักจะเข้าใจผิดอยู่เสมอว่า สมุนไพรทุกตัวไม่เป็นพิษ หรือใช้ได้หมดทุกส่วน จึงต้องเร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน ในการใช้สมุนไพรให้ถูกต้อง ” นายแพทย์สุพรรณ กล่าว
    นายแพทย์สุพรรณกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับพิษจากสบู่ดำ หากยางสบู่ดำถูกผิวหนัง ขอให้รีบล้างน้ำและฟอกสบู่ทันที ส่วนผู้ที่ได้รับพิษจากการกินเมล็ดสบู่ดำเข้าไป การช่วยเหลือเบื้องต้น ให้ดื่มนมจำนวนมาก หรือทำให้อาเจียนเพื่อเอาพิษออกจากกระเพาะอาหาร และรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อไป

     

 

 
 

 




ข่าวสาร/ประเด็นร้อน

ข้าว 9 สี 9 สมุนไพร เทิดไท้องค์ราชันย์
อย.เตรียมหามาตรการเร่งด่วน ดูแลแก้ปัญหาเส้นก๋วยเตี๋ยวมีสารกันบูดเกินมาตรฐาน
วัคซีนมะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ 70 %
วาระการประชุมบอร์ด 1/2552 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.